ปวดกล้ามเนื้อทั่วลำตัวเรื้อรังและทรมาน ไขมันในเลือดสูง ปัสสาวะเป็นเลือดหายด้วยทฤษฎีโพเพทัส
ดิฉันชื่ออัญชลี กลิ่มจิตรหรือยี อดีตพยาบาลวิชาชีพ อายุ 59 ปี ดิฉันมีโรคประจำตัวคือไขมันในเลือดสูง ปวดกล้ามเนื้อทั่วร่างกายโดยเฉพาะขาขวาอย่างเจ็บปวดทรมานมากจนนอนไม่หลับมานานหลายสิบปี ส่วนปัสสาวะเป็นเลือดเป็นเมื่อ 2 เดือนเศษก่อนคือราวเดือนกุมภาพันธ์ 2555 อาการทั้งหมดของดิฉันต้องรักษาด้วยยาแพทย์แผนปัจจุบัน ต่อมาคือสมุนไพร อาหารเสริม ซึ่งกินมาเยอะมาก และการทำกายภาพบำบัด การนวดแผนไทยแผนโบราณมาทุกอย่าง สุดท้ายคือการนวดตัวเองก่อนนอนทุกคืนเหมือนคนแก่ แถมยังร้องครวญครางอีกต่างหาก จนสามีของดิฉันรำคาญและคิดว่าดิฉันเป็นอะไรมากมาย อ้อนหรือเปล่าเป็นต้น อาการปวดทั้งตัวนี้ ถ้าใครไม่เคยเป็นมาก่อนก็จะไม่ทราบว่ามันทรมานเพียงใด ทำให้ถึงกับนอนไม่หลับเลย หรือหลับๆตื่นๆทั้งคืน ตอนช่วงหลังจะเป็นตรงสะโพกและขาข้างขวามากๆค่ะ ต้องนวดๆกดๆตลอดเวลา จึงจะคลายปวดลงบ้าง พองีบหลับได้ แล้วก็ปวดใหม่ ยา อาหารเสริมสารพัดที่ดิฉันสรรหามากินก็มากมาย หลายขนาน แทบจะทุกชนิดที่เขาว่าดี สุดท้ายคือราวเดือนกุมภาพันธ์ 2555 ดิฉันมีปัญหาทั้งไม่ถ่าย และปัสสาวะไม่ออก เป็นวันๆ มีแต่คนให้ไปหาหมอ แต่เนื่องจากดิฉันเป็นพยาบาลมาก่อนจึงนึกภาพออกว่า ถ้าเราไปโรงพยาบาลเราต้องเจอกับการสวนปัสสาวะด้วยสายสวนปัสสาวะ ซึ่งต้องทรมานทำให้เนื้อเยื่อท่อปัสสาวะและกระเพาะปัสสาวะระบมแน่นอน ดิฉันจึงตัดสินใจตอนนั้นคือกินเห็ดหลินจือที่ซื้อไว้ติดบ้าน แล้วซื้อน้ำแร่มาดื่มเยอะๆ แล้วพยายามไปนั่งให้ปัสสาวะออกมา ครั้งแรกที่ปัสสาวะออกมาคือเป็นเลือดสดๆ ซึ่งดิฉันไม่ได้บอกคนในบ้านเลย พยายามดื่มน้ำมากๆ จนอาการดีขึ้นใน 1 สัปดาห์ โดยไม่ได้กินยาใดๆ แต่กินอาหารเสริม จนดิฉันคิดว่าหายแล้ว ทั้งการปัสสาวะและการขับถ่าย
วันที่ 8 มีนาคม 2555 เป็นวันที่ดิฉันได้พูดคุยกับเพื่อนเก่าโรงเรียนดาราวิทยาลัยด้วยกันคือ ต้อยหรือสุภาณี ซึ่งเป็นหลายโรคมากทั้งความดันเลือดสูง ไขมันสูง ซึมเศร้าจากพ่อแม่เสียชีวิตในเวลาไล่เลี่ยกัน และจอประสาทตาเป็นรู หมอตาเตรียมจะนัดผ่าตัดแล้ว แต่ต้อยขอใช้ยาหยอดตาก่อน หลังจากนั้นต้อยก็ได้รับคำแนะนำจากเพื่อนคือคุณสุปราณี ลูกของคุณลุงเซี่ยงพ้ง ให้มาศึกษาและรักษาด้วยทฤษฎีโพเพทัสของท่านอาจารย์คุณหมอแกน จนในที่สุดต้อยก็หายทุกโรค โดยเฉพาะตาแห้งไม่มีน้ำตา ก็กลับมาเป็นปกติ และไปตรวจตาอีกครั้งหนึ่ง หลังการนั่งเอมสอย่างถูกต้องด้วยการเข้าคอร์สระยะสั้นกับท่านอาจารย์ เพียงแค่ 2 สัปดาห์ว่ารูที่รั่วนั้นเชื่อมกันสนิท ไม่มีวุ้นในตา ตามองเห็นชัดเจนขึ้น มีน้ำหล่อเลี้ยงตาปกติ และหมอตาก็แสดงความยินดีด้วยว่าหายแล้วไม่ต้องผ่าตัดตาแล้ว ซึ่งต้อยก็หยุดยาทุกอย่างแม้แต่ยาหยอดตาตั้งแต่เริ่มเข้าสู่ทฤษฎีโพเพทัสราว 2 เดือน จิตใจก็สดชื่นขึ้น เบิกบานขึ้นไม่ซึมเศร้าเหมือนเดิม พอดิฉันได้ฟังเรื่องราวของต้อย ก็เกิดความศรัทธาและมั่นใจว่าวิธีนี้จะทำให้ดิฉันหายจากโรคเรื้อรังที่เป็นอยู่ได้ ต้อยให้ดิฉันโทรหาหมอนาย ซึ่งก็คือเพื่อนร่วมโรงเรียนเดียวกัน แต่หายแล้วจากหลายโรคด้วยทฤษฎีโพเพทัส มาแล้ว 2 ปี 5 เดือน พอได้ทราบวิธีการนั่งเอมส และการทำน้ำพีเจ ดิฉันก็ไม่รีรอที่จะเริ่มทำน้ำพีเจในวันที่ 9 มีนาคม 2555 และทราบจากหมอนายว่าท่านอาจารย์คุณหมอแกนจะมาบรรยายที่บ้านคุณแดงที่ติวานนท์ 46 ในวันที่ 10 มีนาคม ซึ่งบ้านดิฉันก็อยู่ใกล้ๆบ้านคุณแดงนั้นเอง ดิฉันจึงตัดสินใจไปฟังที่บ้านคุณแดงในวันรุ่งขึ้น และได้ซื้อหนังสือมาศึกษาพร้อมสอบถามท่านอาจารย์เล็กน้อย นับแต่กลับจากบ้านคุณแดง ดิฉันก็เริ่มนั่งเอมสให้ครบ 5 รอบด้วยทราบว่าถ้าครบ 5 รอบก็จะได้เซลล์มีชีวิตใหม่หรือสเต็มเซลล์ 1 ชุดทั่วร่างกาย และกินอาหารตามทฤษฎีโพเพทัสตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา
ช่วงสัปดาห์แรก ดิฉันได้โทรปรึกษาหมอนายบ่อยมาก เพราะเกรงว่าจะทำผิดและศึกษาเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยจากหมอนาย เพื่อให้การรักษามีประสิทธิผลมากที่สุด ดิฉันมุ่งมั่นทำอย่างตั้งใจทั้งการฝึกนั่ง ฝึกกินอาหารตามทฤษฎีคือ 2 มื้อต่อวัน และลองกิน 1 มื้อต่อวันเหมือนท่านอาจารย์คุณหมอแกน และหมอนาย ซึ่งดิฉันสามารถพิสูจน์ด้วยตัวเองว่า ดิฉันไม่หิวเลย และสามารถอยู่ได้ทั้งวันโดยไม่ปวดหัวเลย และลดความยุ่งยากในการต้องหาอาหารให้ตัวเองอีกด้วย
ผลปรากฏว่า
1. อาการปวดที่ขาขวาบรรเทาลงตั้งแต่วันแรก ดิฉันไม่ร้องโอดครวญและไม่ต้องบีบขาก่อนนอนดังเช่นทุกคืนที่ผ่านมา ซึ่งสามีของดิฉันเป็นพยานได้ว่าทุกครั้งจะบ่นว่าเป็นอะไร กินยาเยอะแล้วมั้ง ทั้งๆที่เป็นพยาบาลและกินอาหารเสริมมากที่สุดในบ้าน แต่ขี้โรคกว่าทุกคนในบ้าน จนอาการหายดีในเวลาแค่ 2-3 วันเท่านั้น เหลือฝ่าเท้าขวาอีกเล็กน้อยที่ชาๆ
2. อาการปัสสาวะเป็นเลือดกลับมาใหม่ หลังจากการฟังบรรยาย อาการปัสสาวะใสขึ้นเรื่อยๆ และออกดีทั้งคล่องทั้งใส ไม่มีอาการแสบขัดแต่อย่างใด โดยที่ย้ำว่าไม่พึ่งยาหรืออาหารเสริมใดๆ
3. อาการนอนไม่หลับก็ดีขึ้นคือหลับดีตั้งแต่คืนแรก เพราะไม่เจ็บปวดทรมานเหมือนเดิมแล้ว
4. อาการไขมันในเลือด ไม่แสดงอาการใดๆ แต่ยังไม่มีโอกาสไปตรวจเลือดที่โรงพยาบาล หรือแล็บใดๆ
5. น้ำหนักลดลงจาก 61 กก.ลดลงเหลือ 55 กก. ภายในเวลาเดือนเศษ
หลังการรักษาราวสองสัปดาห์ ดิฉันรู้สึกปวดหลังข้างซ้ายคนละข้างกับขาซึ่งหายแล้ว อย่างแรงอีกทั้งที่ไม่ได้ทำอะไรหนัก ปวดแบบตื้อๆเป็นแผ่นที่หลังจนรู้สึกได้ ได้โทรหาหมอนายอีก ก็ได้คำแนะนำว่าคงเป็นอาการเดิมที่มาปรากฏให้รักษาใหม่ให้หายสนิท จึงออกคำสั่งเพิ่มเติมในการนั่งเอมส และนั่งแบบฉุกเฉินบ่อยๆจนหายไปในเวลาอันรวดเร็วคือ 1 คืนนั้น ซึ่งมหัศจรรย์อย่างมาก
ดิฉันได้รู้คุณค่าของการนั่งเอมส การกินอาหารตามทฤษฎี การปฏิบัติตามกฎกติกาของทฤษฎีโพเพทัสอย่างเคร่งครัด จนดิฉันสามารถนั่งเอมสได้วันละ 10 รอบได้ในบางวัน และดิฉันได้ประจักษ์ถึงคุณประโยชน์ของการรักษานี้ ซึ่งเป็นการรักษาถึงต้นตอของโรค และพยาธิสภาพ ตอนกลับมาเยี่ยมบ้านที่เชียงใหม่ช่วงสงกรานต์นี้ ดิฉันได้พูดคุยกับน้องสาวเรื่องนี้ เขาบอกว่าความจริงเขารู้จักน้ำพีเจของคุณหมอแกนมานานแล้ว แต่ไม่ได้ทำเพราะเห็นว่าวัสดุเป็นผักผลไม้ต่างประเทศและยุ่งยากในการทำ เลยไม่ได้สนใจ และไม่เคยพูดคุยเรื่องนี้กับพี่สาวเลย เพราะพี่สาวต่อว่า ที่ว่าทราบแล้วทำไมไม่เล่าให้ฟังเลย คงเป็นบุญที่ดิฉันได้พูดคุยกับเพื่อนคือต้อยที่ไม่ได้เป็นคนในครอบครัวที่แนะนำ เช่นเดียวกับบางครอบครัวที่มีคนเดียวที่นำทฤษฎีโพเพทัสนี้มาปฏิบัติ วันที่ไปริมปิงรวมโชคไปเจอน้องผู้หญิงคนหนึ่งเขากำลังจะจ่ายเงิน ก็ไปเห็นเขาซื้อเซเลอรี่ เลยถามเขา ว่าเอาไปทำอะไร เขาว่าทำน้ำปั่นให้สามีดื่ม ดิฉันจึงแนะนำน้ำพีเจ และทฤษฎีโพเพทัสซึงเขาสนใจมาก
ดิฉันจึงขอขอบพระคุณท่านอาจารย์คุณหมอแกน ที่นำทฤษฎีโพเพทัสมาสู่ชาวโลกได้นำมารักษาตัวเอง ด้วยการเป็นหมอของตัวเอง โดยไม่พึ่งพาสิ่งใดนอกจากการหายใจเพื่อรับพลังงาน ในการเติมเต็มทุกเซลล์ของร่างกายตามคำสั่งที่ต้องการ ซึ่งดิฉันได้รับชีวิตใหม่อันสมบูรณ์แบบ และยินดีที่จะช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ที่ต้องการความช่วยเหลืออีกมากมายตามปณิธานของท่านอาจารย์คุณหมอแกน ขอบคุณหมอนายและต้อยที่แนะนำและชี้ทางสว่างให้ได้มาพบทฤษฎีโพเพทัสอันมหัศจรรย์และสุดยอดนี้
ด้วยความเชื่อมั่นและศรัทธาในท่านอาจารย์คุณหมอแกนและทฤษฎีโพเพทัส
พี่ยี ( อัญชลี กลิ่มจิตร)
30 เมษายน 2555
ขอแสดงความยินดีกับยีด้วยนะคะ ที่ได้พบสิ่งดีๆในชีวิตที่เสาะแสวงหามาเหมือนกัน เพราะในวิชาชีพการแพทย์เรารู้ดีว่ายามีผลต่อร่างกายทุกส่วน มีผลข้างเคียงและเราต้องพึ่งพามันไปตลอดชีวิต ยีได้เห็นคุณค่าของทฤษฎีโพเพทัส ซึ่งอยากจะร่วมสานฝันในการเผยแพร่ทฤษฎีโพเพทัสแก่มวลมนุษยชาติร่วมกับท่านอาจารย์คุณหมอแกน ในหลายๆโอกาส เท่าที่จะทำได้ ยินดีกับยีที่ทำความดีร่วมกัน และขอบพระคุณท่านอาจารย์คุณหมอแกนที่ท่านได้ประสิทธิ์ประสาทวิชาอันเหนือวิชาในมนุษย์โลกให้ช่วยเหลือกันทุกคนค่ะ...หมอนาย